ในยุคที่เกษตรกรรมและการทำสวนมีความต้องการปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้งานง่ายมากขึ้น เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมชนิดเม็ด (ระดับคุณภาพ己内酰胺) ได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของเกษตรกรในตลาดส่งออก ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น รูปทรงและขนาดที่สม่ำเสมอ รวมถึงความลื่นไหลในการใช้งาน ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายปุ๋ยและความสะดวกในการปฏิบัติงานและเพิ่มผลผลิตเมื่อเทียบกับปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมแบบทั่วไป
เกษตรกรและผู้ประกอบการในวงการทำสวนต่างเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง, ประสิทธิภาพของปุ๋ยที่ลดลง, และความต้องการลดการใช้แรงงาน ตลอดจนการรักษาคุณภาพของผลิตผลให้ได้มาตรฐานส่งออก จึงต้องการปุ๋ยที่ไม่เพียงแต่มีคุณภาพสูง แต่ยังตอบโจทย์ในเรื่องความแม่นยำและความสะดวกในการใช้งานอีกด้วย
เม็ดปุ๋ยชนิดนี้ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนความบริสุทธิ์สูงขึ้นถึง 99.5% มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีข้อดีหลายประการ เช่น:
เทียบกับปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมชนิดผงหรือก้อน ทั่วไป เม็ดปุ๋ยระดับ己内酰胺มีข้อได้เปรียบในเรื่อง:
| ประเด็น | เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียม (己内酰胺) | ปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมทั่วไป |
|---|---|---|
| ความบริสุทธิ์ปุ๋ย (%) | 99.5 | 95-97 |
| ความสม่ำเสมอในการหว่านปุ๋ย | สูง | ต่ำ |
| การไหลผ่านเครื่องหว่าน | ดีมาก | มีปัญหาติดขัด |
| ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น (%) | +8 ถึง +12 (จากรายงานการทดลองในนาข้าว) | พื้นฐาน |
จากการติดตามผลการใช้เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมระดับ己内酰胺ในประเทศเวียดนามและไทย พบว่าเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยชนิดนี้ในแปลงผักและสวนผลไม้ สามารถเพิ่มผลผลิตได้เฉลี่ยที่ 10% พร้อมทั้งลดต้นทุนแรงงานในการกระจายปุ๋ยได้ถึง 15% เนื่องจากปุ๋ยมีความเหมาะสมกับเครื่องหว่านสมัยใหม่และลดเวลาการทำงานในแปลงเกษตรได้อย่างชัดเจน
ผู้ใช้งานในพื้นที่ส่งออกมักมองหาปุ๋ยที่รองรับการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำ เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมที่มีคุณภาพสูงนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลผลิต แต่ยังลดความยุ่งยากในกระบวนการหว่านปุ๋ยแบบแมนนวลและอัตโนมัติ ส่งผลให้เกษตรกรมั่นใจในประสิทธิภาพและต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้นในระยะยาว
“การเลือกใช้เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมระดับ己内酰胺ช่วยให้เราควบคุมการหว่านได้ดีขึ้นและลดการสูญเสียปุ๋ยในทุ่งข้าว ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและคุณภาพดีกว่าที่เคย” — นายสมชาย, เกษตรกรจากจังหวัดเชียงใหม่
การเปลี่ยนไปใช้เม็ดปุ๋ยซัลเฟตแอมโมเนียมคุณภาพสูงนี้ คือก้าวสำคัญที่ผู้ผลิตและเกษตรกรต้องการเพื่อก้าวสู่ยุคการทำเกษตรกรรมที่เน้นผลลัพธ์จริงและการประหยัดต้นทุน พร้อมสนับสนุนการส่งออกได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ