ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียม (MAP) เกรดอุตสาหกรรมกลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยในเกษตรสมัยใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการให้ธาตุอาหารไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในสัดส่วนสูงถึง 11-12% N และ 48-50% P2O5 และความสามารถในการละลายน้ำได้ดี ทำให้สามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วช่วยส่งเสริมการพัฒนารากและเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียม ถือเป็นปุ๋ยฟอสฟอรัสที่ให้ไนโตรเจนในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเร่งการพัฒนาระบบรากและส่งเสริมกระบวนการสร้างโปรตีนในพืช อีกทั้งมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารอย่างรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยฟอสฟอรัสรูปแบบอื่น
ข้อมูลทางเทคนิคสำคัญ:
- ธาตุไนโตรเจน (N) ประมาณ 11.5%
- ฟอสฟอรัส (P2O5) ประมาณ 49.5%
- ความสามารถละลายน้ำสูงกว่า 97% ทำให้ดูดซึมโดยระบบรากได้รวดเร็ว
หนึ่งในความท้าทายของเกษตรกรคือการเลือกปุ๋ยที่เหมาะสำหรับดินประเภทต่างๆ ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียมแสดงความสามารถในการปรับตัวดีเยี่ยมในหลายสภาพภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดินกรด ดินด่าง หรือดินร่วนทราย สารละลายที่เสถียรช่วยลดการสูญเสียธาตุอาหารทั้งในรูปฟอสเฟตที่จับตัวแน่นกับอนุภาคดินและไนโตรเจนที่อาจสูญเสียทางไนโตรเจนไนไตรต์
ฟอสเฟตมีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของรากพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่พืชต้องการเสริมสร้างระบบเก็บน้ำและแร่ธาตุ MAP ที่มีไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเพิ่มการพัฒนาระบบรากลึกและกว้าง ส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารรอง และเพิ่มความต้านทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น ภาวะแห้งแล้งหรือความเค็มของดิน
คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ
นายสมชาย ศรีเกษตร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กล่าวว่า “การใช้ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียมในสภาพดินหลากหลายประเภทแสดงให้เห็นถึงความเสถียรและการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบรากพืชที่ชัดเจน ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าเคมีและเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน”
เมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยฟอสฟอรัสแบบเดิม เช่น ซูเปอร์ฟอสเฟตที่มีอัตราการละลายน้ำต่ำ MAP มีข้อได้เปรียบในด้านความคุ้มค่าเพราะลดจำนวนครั้งการ施肥ได้ และลดภาระการใช้สารเคมีที่เกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังช่วยลดการชะล้างสารอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวทางเกษตรกรรมแบบยั่งยืนที่ได้รับการส่งเสริมในหลายประเทศ
ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียมเหมาะสำหรับการใช้กับพืชหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ผัก และข้าวที่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ตัวอย่างจากเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยพบว่า การให้ MAP พร้อมกับไตรโคเดอร์มาในช่วงเริ่มต้นปลูกข้าว เพิ่มปริมาณรวงและคุณภาพเมล็ดได้กว่า 15-20% และช่วยลดโรคพืชสำคัญได้ชัดเจน
ชี้ช่องทางสู่ผลผลิตคุณภาพสูง – “จากไร่ถึงโต๊ะอาหาร คุณภาพที่มองเห็นได้ชัด”
ไม่ว่าคุณจะเป็นเกษตรกรรายใหญ่หรือผู้ประกอบการเกษตรเทคโนโลยี ฟอสเฟตโมโนแอมโมเนียม (เกรดอุตสาหกรรม) คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วย ”เปลี่ยนทุกการลงทุนให้กลายเป็นผลผลิตจริง” ด้วยเทคโนโลยีปุ๋ยที่ตอบโจทย์ทันทีและยั่งยืนในระยะยาว