"การใช้ปุ๋ยที่มีความสามารถละลายดีเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารของพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินที่มีค่า pH ต่ำ ซึ่งมักพบมากในพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลก" - สมาคมวิจัยเกษตรโลก (IFA), รายงานปี 2023
ในปัจจุบัน เกษตรกรทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการใช้ปุ๋ยที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่ของปุ๋ยที่ใช้กันอยู่มีอัตราการใช้ประโยชน์เพียง 30-40% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าปริมาณปุ๋ยที่สูญเสียไปทางดินหรือน้ำประมาณ 60-70% นอกจากนี้ ปัญหาการสะสมของธาตุอาหารในดินและการทำให้ดินเป็นกรดหรือด่างยังเพิ่มขึ้น ทำให้การผลิตอาหารกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้น
สาเหตุหลักของปัญหานี้มาจากคุณสมบัติของปุ๋ยที่มีความสามารถละลายต่ำ ทำให้ธาตุอาหารไม่สามารถละลายในน้ำเพื่อให้พืชดูดซึมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในดินที่มีค่า pH ต่ำ (ดินกรด) ซึ่งเป็นประเภทดินที่พบมากในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรดฟอสโฟริกแอมโมเนียประเภท industrial grade (MAP) เป็นปุ๋ยที่มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถแก้ไขปัญหาการให้ปุ๋ยที่ไม่มีประสิทธิภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีองค์ประกอบหลักเป็นไนโตรเจน (N) 12-13% และฟอสฟอรัส (P₂O₅) 61-64% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สมดุลสำหรับการเจริญเติบโตของพืช
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของ MAP industrial grade คืออัตราการละลายในน้ำที่สูงมากถึง 95% ขึ้นไป ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่าปุ๋ยฟอสฟอรัสประเภทอื่นๆ ที่มีอัตราการละลายเฉลี่ยประมาณ 60-70% เท่านั้น ความสามารถละลายสูงนี้ทำให้ธาตุอาหารสามารถละลายในน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับพืชดูดซึมได้ทันที
การทดสอบโดยสถาบันวิจัยเกษตรกรุงเทพฯ ปี 2022 พบว่า MAP industrial grade สามารถปล่อยธาตุฟอสฟอรัสได้ 85% ในเวลา 24 ชั่วโมง ในขณะที่ปุ๋ยฟอสฟอรัสประเภทอื่นๆ สามารถปล่อยได้เพียง 40-50% เท่านั้น
ความสามารถละลายสูงของ MAP industrial grade มีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการดูดซึมของพืช ดังนี้:
ดินกรด (ค่า pH ต่ำกว่า 5.5) เป็นปัญหาใหญ่ในเกษตรกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีพื้นที่ดินกรดมากกว่า 40% ของพื้นที่เกษตรกรรม ปัญหาหลักของดินกรดคือธาตุฟอสฟอรัสถูกกักกันโดยโลหะที่ละลายในกรด เช่น แอเลुमิเนียมและเหล็ก ทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมได้
MAP industrial grade มีความสามารถพิเศษในการทำงานในดินกรดได้ดี เนื่องจากมีค่า pH ที่พอเหมาะ (4.4-4.8) ทำให้สามารถลดการกักกันของฟอสฟอรัสโดยโลหะเล็กๆ น้อยๆ และช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช
การทดสอบที่ทำในสวนเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2023 พบว่า การใช้ MAP industrial grade ในดินกรดที่ปลูกข้าวสาลี ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 18-22% เมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสประเภทอื่นๆ
เพื่อให้แน่ใจว่า MAP industrial grade มีคุณภาพสูงและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด องค์กรผลิตมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงการบรรจุและการขนส่ง
ทุกแบทช์ของ MAP industrial grade จะผ่านการทดสอบคุณภาพด้วยเทคนิคทางเคมีและฟิสิกส์ เพื่อให้แน่ใจว่ามีอัตราการละลายสูงกว่า 95% มีปริมาณธาตุอาหารตามสัญญา และไม่มีสารอันตรายที่เกินมาตรฐาน
สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ย MAP industrial grade เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล มันไม่เพียงแต่เป็นปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพในการให้ธาตุอาหาร แต่ยังเป็นวิธีที่科學적ในการปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มความแข็งแรงของพืช
เมื่อคุณเลือกใช้ MAP industrial grade คุณกำลังเลือก "การให้ปุ๋ยอย่าง科學" ที่ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นอย่างแม่นยำ และจากที่มาต้นทางเพื่อเพิ่มสุขภาพของพืชและผลผลิตสุดท้าย
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ MAP industrial grade เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ย
รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาเกษตรเชิง科學 ฟรีการเลือกปุ๋ยที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในเกษตรกรรม ในยุคที่ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นทุกวัน การใช้เทคนิคและปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูงไม่ใช่เพียงตัวเลือก แต่เป็นความจำเป็น MAP industrial grade นำเสนอโอกาสให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารได้มากขึ้น ด้วยคุณภาพดีขึ้น และในขณะเดียวกันลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ