เกษตรกรจำนวนมากในประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการเจริญเติบโตของพืชที่ไม่เต็มที่ เนื่องจากดินขาดธาตุอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน (N) และกำมะถัน (S) โดยเฉพาะเมื่อใช้ปุ๋ยไนโตรเจนทั่วไปที่ไม่มีกำมะถันเพียงพอ ผลลัพธ์คือผลผลิตต่ำ คุณภาพพืชไม่ดี และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
กรดซัลเฟตแอมโมเนียมระดับ MMA มีสัดส่วน N และ S ในอัตราส่วนทองคำที่เหมาะกับพืชมากกว่าปุ๋ยไนโตรเจนทั่วไป เช่น ยูเรียหรือแอมโมเนียมไนเตรต ซึ่งมักให้ไนโตรเจนแต่ไม่เพียงพอสำหรับการสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์ภายในพืช
| ประเภทปุ๋ย | ไนโตรเจน (%) | กำมะถัน (%) |
|---|---|---|
| กรดซัลเฟตแอมโมเนียม MMA | ≥ 20.5% | ≥ 23% |
| ยูเรีย (Urea) | 46% | 0% |
| แอมโมเนียมไนเตรต (AN) | 34% | 0% |
ไนโตรเจนและกำมะถันทำงานร่วมกันในระดับเซลล์: ไนโตรเจนช่วยในการสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์ ส่วนกำมะถันสนับสนุนการสังเคราะห์กรดอะมิโนที่จำเป็น เช่น cysteine และ methionine ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาของรากและการสะสมพลังงานในพืช
จากการทดลองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยพบว่า เมื่อใช้กรดซัลเฟตแอมโมเนียม MMA แทนปุ๋ยไนโตรเจนทั่วไป พืชข้าวโพดให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9–12% และมีรากลึกกว่า 25% ซึ่งช่วยให้ทนแล้งได้ดีขึ้นในฤดูแล้ง
กรดซัลเฟตแอมโมเนียม MMA เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับพืชหลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง ผักใบเขียว และพืชเศรษฐกิจที่ต้องการธาตุกำมะถันสูง เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และมันสำปะหลัง โดยเฉพาะในดินที่มี pH ต่ำหรือขาดสารอาหารธรรมชาติ
เพราะทุกเม็ดของกรดซัลเฟตแอมโมเนียม MMA คือ “การลงทุนที่เห็นผล” — ไม่ใช่แค่ไนโตรเจน แต่คือการให้พืชได้รับธาตุอาหารครบถ้วนในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
“เลือกเรา คือเลือกที่จะเห็นผลผลิตจริงในแต่ละไร่”
每亩多收10%,来自精准营养供给 — คำพูดนี้กลายเป็นความจริงสำหรับเกษตรกรกว่า 5,000 คนในภาคอีสานและ中部ของไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์นี้